ท่าเทียบเรือสำราญของบาร์เซโลนานั้น
มีอาคาร Terminal สำหรับเทียบเรือทั้งหมด 4 อาคารด้วยกัน
เรียงกันไปตามถนน
 
ผู้โดยสารไม่ต้องกลัวหลงหรือสับสนว่าอาคารไหนที่จะต้องเข้าไป
เพราะแต่ละอาคารก็มีเรือลำใหญ่โตมโหฬารจอดเทียบอยู่เห็นแต่ไกล
 
คนขับรถแท็กซี่ถามเราว่าเรือเราลำไหน
พอเราบอกลำที่สองคนขับก็เลี้ยวอย่างรู้ทาง(ท่าจะเคยมาส่งบ่อย)
เข้าไปจอดหน้าอาคารแล้วช่วยเรายกกระเป๋าลง
 
ที่หน้าอาคารมีเจ้าหน้าที่มารับกระเป๋าทั้งหมด
ที่เราติดสติกเกอร์บอกห้องพักบนเรือไว้เรียบร้อยแล้ว
(สติกเกอร์นี้เขาจัดส่งมาให้ทันทีที่เราจ่ายเงินค่าเรือแล้ว)
จากนั้นเราก็เข้าไปข้างในเพื่อทำการเช็คอิน
 
ในอาคาร Terminal มีบรรยากาศคล้ายๆสนามบิน
ภายในโถงอาคารจะมีเคาน์เตอร์ยาวฝั่งหนึ่ง
ซึ่งเจ้าหน้าที่บริการทั้งหมดเกือบสี่สิบช่อง
จุดนี้เราต้องต่อคิวเพื่อนำพาสปอร์ต
และเอกสารที่เรียกว่า "Setsail pass"ซึ่งเราพิมพ์มาจากบ้าน
(หลังจากจ่ายเงินค่าเรือแล้วที่เมืองไทย
เราจะได้รหัสล็อกอินเข้าเว็บบริษัทเพื่อไปกรอกข้อมูล
และทำการพิมพ์ใบ setsail pass นี้ออกมา
ใบนี้จะมีข้อมูลทุกอย่างของเราและมีบาร์โค้ด
จะทำให้สะดวกมากเพราะเจ้าหน้าที่จะไม่ต้องทำอะไรเลย
นอกจากสแกนบาร์โค้ดแล้วจบเลย
 
ใบนี้ถ้าใครไม่ได้พิมพ์มาด้วย
จะใช้เวลานานมากในการเช็คอินขึ้นเรือ
เพราะต้องไปเคาน์เตอร์อีกฟากหนึ่ง
ทำการกรอกข้อมูลในเอกสารยาวเกือบสิบหน้ากระดาษ
 
 
 
พอเจ้าหน้าที่สแกนใบ setsail แล้ว
ก็จะเก็บพาสปอร์ตของเราไป
และให้บัตร Seapass card มาคนละใบ
บัตรนี้เป็นบัตรสำคัญมากห้ามทำหายเด็ดขาด
เพราะมีคุณสมบัติเปรียบเสมือนบัตรประชาชนบวกบัตรเครดิต
ผู้โดยสารจะต้องใช้ในการขึ้นลงเรือทุกครั้ง 
และใช้เมื่อซื้อของหรือบริการเสริมทุกอย่างบนเรือ
ก็จะใช้บัตรนี้รูดแทนการจ่ายเงิน
(แต่อย่ารูดเพลินไป..ของฟรีไม่มีในโลก
ตอนรูดบัตรยังไม่ต้องจ่าย
แต่สุดท้ายค่อยโดนเฉ่งทีเดียวตอนเที่ยวจบแล้ว)
 
พอได้บัตรแล้วเราก็ต้องเดินเข้าไปด้านในสุดของตัวอาคาร
แล้วขึ้นบันไดเลื่อนสูงลิบเพื่อขึ้นไปยังสะพานเทียบเรือ
 
เวลายืนอยู่บนบันไดเลื่อน
แล้วมองกลับลงไปก็จะเห็นแบบนี้
(ก่อนขึ้นบันไดเลื่อนจะมีเจ้าหน้าที่ตรวจบัตร Seapass และสำเนาพาสปอร์ต
ที่เพิ่งได้มาสดๆร้อนๆ)
 
สุดทางบันไดเลื่อนออกประตูไป
จะพบกับระเบียงที่นำไปสู่สะพานเทียบเรือ
(คล้ายกับสะพานเทียบเครื่องบินที่สนามบินเลยแหละ)
ก่อนจะเข้าสะพานเทียบเรือ
จะต้องผ่านด่านเจ้าหน้าที่ซึ่งจะนำบัตร Seapass card ไปใส่เครื่องบันทึก
เพื่อเป็นการบันทึกข้อมูลว่า
ผู้โดยสารชื่อนี้นามสกุลนี้ขึ้นเรือเรียบร้อยแล้ว
 
 
พอขึ้นไปบนเรือแล้วก็ไปที่ห้องได้เลย
ห้องเราเป็นห้องระเบียงอยู่ชั้นที่ 8
ดูจากแผนที่แล้วอยู่กลางลำเรือพอดี
และใกล้ลิฟต์ด้วย สะดวกดีมาก
 
 
ทางเดินไปห้องก็จะเหมือนโรงแรมทั่วไป
 
ประตูห้องเรา
เลขสวยซะด้วย 8108 อยู่ชั้น 8
 
พอเปิดเข้าไปในห้องก็เป็นแบบนี้
 
ไม่มีฝีมือในการถ่ายรูป
ภาพมืดตึ๊ดตื๋อเลย
ยืมรูปบริษัทมาแระกัน
 
ห้องก็คล้ายห้องในโรงแรม แต่ขนาดจะย่อมกว่าหน่อย
ในห้องจะมีเตียงคู่แบบนี้
(จะเอาเตียงเดี่ยวสองเตียงก็บอกเค้าได้ตั้งแต่ตอนจองเลย)
 
ถัดออกมาจากเตียงก็เป็นโซฟาเบด
ซึ่งเรามากันสามคน
ทุกวันตอนค่ำคุณแม่บ้านจะมาปรับโซฟาเบดนี้
ให้เป็นเตียงนอนให้อีกเตียงหนึ่ง
 
ถัดจากโซฟาเบดก็เป็นทางออก
ประตูด้านข้างกระจกนั่นคือห้องน้ำ
ฝั่งตรงข้ามโซฟาก็เป็นตู้เสื้อผ้า
โต๊ะเครื่องแป้งและที่วางทีวีกับตู้ใส่ตู้เย็นมินิบาร์
ห้องน้ำเป็นแบบนี้
 
 
แต่ละห้องซึ่งเรียกว่า stateroom
ก็จะมีพนักงาน stateroom attendant ประจำห้อง
 
ตำแหน่งนี้อยากเรียกว่าเป็นต้นห้อง
เพราะไม่ใช่แค่คนทำความสะอาดเท่านั้น
แต่จะเป็นคนดูแลเราทุกอย่าง
ตั้งแต่ทำความสะอาดห้อง ทำเตียงทุกวัน
แจ้งกำหนดการที่เราควรเข้าร่วม
เอาเสื้อผ้าเราไปซักรีด(ถ้ามี)
ตอบคำถามและข้อสงสัยทุกอย่างเกี่ยวกับเรือ
จัดหาทุกอย่างที่เราต้องการ(คิดไรไม่ออกบอก attendant)
รวมทั้งเป็นผู้ดูแลเราหากมีอุบัติภัยทางเรือขึ้นมาจริงๆด้วยละ
 
ทันทีที่เรามาถึงห้อง ต้นห้องก็มาแนะนำตัว
ต้นห้องของเราชื่อคุณนิน่า
เป็นคนฟิลิปินส์ วัยสักสี่สิบกว่า
ร่างท้วม ยิ้มแย้มแจ่มใสเป็นอย่างมาก
 
กระเป๋าใหญ่ยังมาไม่ถึงห้อง
หลังจากเก็บกระเป๋าเล็กและล้างหน้าล้างตาแล้ว
เราก็เลยออกมาเดินเล่น
 
จากห้องออกมาจะพบระเบียงรอบโถงกลางเรือ
ซึ่งมีชื่อเรียกว่า Centrum
มองจากชั้น 8 ลงไปจะเห็นล็อบบี้
ตรงนี้มีดนตรี ไวโอลิน เปียนโน
เล่นทุกวันตั้งแต่สี่โมงเย็น
พอค่ำๆบรรดาผู้โดยสาร(ส่วนใหญ่เป็นฝรั่งส.ว. ก้อคือสูงวัย)
จะแต่งตัวกันงามๆมานั่งจิบเครื่องดื่มและเต้นบอลรูมกัน
 
ด้านหนึ่งของ Centrum เป็นลิฟต์แก้วผนังใสแจ๋วสามลิฟต์ใหญ่ๆ
 
 
จากตรงนี้เราก็ขึ้นไปที่ห้องอาหารบุฟเฟต์ชั้น 11 
เพื่อทำการหม่ำมื้อกลางวัน
ห้องอาหารนี้ใหญ่มากจุคนได้หลายร้อย
อาหารอลังการจริงๆด้วย
..แต่เสียดายกลับมาดูรูปแล้วเพิ่งรู้ว่าไม่ค่อยได้่ถ่ายรูปอาหารมาเลย
(คือตอนไปถึงมันก็อารามหิว หมดอารมณ์ถ่ายรูปอะนะ)
 
 
 
ผนังรอบด้านเป็นกระจก
 
 
มองลงไปก็จะเห็นวิวท่าเรือ
ถ้าเป็นช่วงเรือแล่นก็เห็นทะเล สายลมแสงแดด
 
พอหม่ำเสร็จก็ไปซ้อมอุบัติภัย
(ซึ่งไม่ได้ทำไรมากเลยนอกจาก
เดินไปรวมกันตรงตำแหน่งที่เค้ากำหนดไว้
แล้วก็ฟังเสียงออดให้รู้ว่าออดแบบไหนแปลว่า..ของจริง ฮ่า)
 
ไม่ถึงสิบห้านาทีก็เสร็จ
เราก็ออกไปท้ายเรือกัน
เพื่อโบกมือลาบาร์เซโลน่า
 
 
ตอนนี้เรือกำลังออกจากท่า
สังเกตด้านหลังเรือสำราญอีกลำหนึ่ง
มันคือ "สะพานนรก" ที่เล่าถึงในตอนก่อนหน้านี้ไง..55555
 
 
เรือออกแล้ว ทิ้งบาร์เซโลนาไว้เบื้องหลัง
บ๊าย บาย บาร์เซโลนา
อีก 12 วันเจอกันใหม่นะ
 
 
โปรดติดตามตอนต่อไป
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

อ่านแล้ว. เพลินเลย. อยากไปเท่ียวบ้างจัง. รอฟังต่อนะ

#1 By Benja (49.229.9.84) on 2011-07-14 12:23