Lucca (ต่อ)
 
 
เมื่ออ่ิมท้องออกจากร้านเชชิน่า
เราก็เดินมาเรื่อย
ถึงอาคารที่เขาเรียกว่า The Case Guigini
ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมเก่าแก่ตั้งแต่สมัยยุคกลาง สมัยปีี ค.ศ. 1384
เป็นแมนชั่นที่พักของตระกูลกวินิกิซึ่งเป็นผู้ครองเมืองยุคนั้น
เดิมอาคารนี้จะมีหอคอยอยู่ทั้งสี่ด้าน
ปัจจุบันเหลือหอคอยอยู่หอเดียว
และมีจุดเด่นคือ บนหอคอยมีต้นโอ๊คขึ้นอยู่บนนั้น 7 ต้น
ที่เห็นเป็นต้นไม้เขียวๆน่ะแหละ
เค้าให้ขึ้นไปชมวิวได้นะ
แต่เราขี้เกียจไต่ เลยขอถ่ายรูปอยู่ข้างล่างพอแล้ว
 
 
ตรงนี้เป็นร้านอาหารเก่าแก่
อยู่ในสวนเล็กๆ
มองไปเห็นแสงสวยดี เลยถ่ายรูปมาดูเล่น
 
ร้านเสื้อร้านนี้แบบถูกสเป๊คชะมัด
เลยต้องถ่ายรูปมาไว้
เผื่อจะก๊อป..เอ๊ย..เป็นแรงบันดาลใจและไอเดีย
 
จากนั้นเราก็เดินไป Amphitheatre
ตรงนี้เป็น Tourist attraction สำคัญที่สุดจุดหนึ่งของ Lucca
แอมฟิเธียเตอร์นี้เป็นสนามกีฬาโบราณตั้งแต่ยุคโรมัน
(ชื่อก็บอกอยู่แล้วนิ)
แต่ต่อมา ผู้คนเข้าไปจับจองสร้างบ้านเรือน
สร้างตึกตามแนวขอบของสนามกีฬา
กลายเป็นที่อยู่และร้านค้าไปซะ
 
ทางเข้าแอมฟิเธียเตอร์
 
ลุงฮิม กลางลานแอมฟิเธียเตอร์
จะเห็นตึกสร้างโค้งๆโอบรอบลานที่เป็นรูปไข่
ดูน่ารักดี (หมายถึงตึกนะ มะใช่ลุง 5555 วงเล็บอีกที ..ซึ่งน่ารักสำหรับป้าคนเดียว ฮ่า
เด๋วแกมาอ่านเจอเข้าจะน้อยใจ คริๆ)
 
ภาพนี้จะเห็นชัดเลยว่ามันเป็นรูปไข่
 
รอบๆก็มีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ
 
แวะพักกินกาแฟตามระเบียบปฏิบัติ
 
การเที่ยวเมืองเล็กๆแบบ Lucca นี้
เราจะสัมผัสได้ถึงความสบายๆไม่พลุกพล่าน
ผู้คนยิ้มแย้มอัธยาศัยดีต่างจากในเมืองใหญ่
 
อย่างที่ร้านกาแฟนี่
ที่จริงป้ากะลุงสั่งกาแฟแบบยืนกินที่เคาเตอร์
เพราะมันจะถูกกว่านั่งโต๊ะครึ่งนึง
(ที่อิตาลีเป็นงี้ทั้งประเทศ
นั่งกินจะแพงกว่าเท่านึง)
แต่พอคนขายส่งกาแฟให้เรา
และเราจ่ายเงินในราคายืนแล้ว
เธอก็เชื้อเชิญให้เราไปนั่งโต๊ะ
บอกว่านั่งเถอะๆ
ไม่เป็นไรโต๊ะมันว่างอยู่
น่ารักมั้ยล่ะ..
 
หลังจากโซ้ยกาแฟเสร็จ
เราก็นั่งเล่นในแอมฟิเธียเตอร์กันอีกพักหนึ่ง
เพราะบรรยากาศมันรื่นรมย์ดี
 
ต่อไปเราก็ไปปีนกำแพงเมืองลุคก้ากัน
กำแพงเมืองนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของเมือง
ประมาณว่า มาถึงลุคก้าต้องเดินบนกำแพงเมืองจึงจะเรียกว่าถึง
 
ภาพจากhttp://www.lucca.info/
 
กำแพงเมืองนี้มีประวัติอันยาวนาน
ย้อนหลังไปตั้งแต่ยุคโรมัน ก่อนคริสตกาลโน้นแน่ะ
สร้างโอบล้อมรอบเมืองเพื่อป้องกันข้าศึกศัตรู
 
 
 
รอบๆแนวกำแพงจะมีทางขึ้นเป็นระยะ
ให้เดินไต่ขึ้นไปแบบนี้
 
ขึ้นมาก็จะเห็นวิวเมืองได้ชัดขึ้น
 
ทางเรียบดี มีต้นไม้ร่มรื่น 
น่าเดิน น่าขี่จักรยานสุดๆ
(แอบเสียดายที่ไม่มีพาสปอร์ต)
 
 
 
 
 
 
ตรงนี้เป็นป้อมปราการ
มีคนแก่ขี่จักรยานมาชุมนุมกัน
 
 
ทางลงจากกำแพงแบบเป็นทางการ
จะอยู่ตรงป้อมปราการ(มีสี่ป้อมรอบกำแพงเมือง)
 
ลงมาก็เจอแบบนี้
ด้านล่างเป็นประตูเมือง ทางเข้าออก
 
กำแพงเมือง มองจากด้านนอกเมือง
 
 
พอถึงตอนนี้ก็เป็นเวลาเกือบบ่ายสามแล้ว
ได้เวลากลับ เราเดินไปสถานีรถไฟกัน
กะว่าจากลุคก้าไปปิซ่าครึ่งชั่วโมง จากปิซ่าไปลิวอร์โน่ ครึ่งชั่วโมง
ก็จะพอดีรถชัทเทิลกลับเรือเที่ยวเกือบสุดท้าย
(เราเลือกขึ้นรถไฟเพราะรถบัสจะใช้เวลานานกว่าในการเดินทาง
จากลุคก้ากลับลิวอร์โน่)
 
เดินจากประตูเมืองไปสถานีรถไฟใช้เวลาสิบนาที
พอถึงสถานีรถไฟ เราก็พบกับความจริงอันน่าหวาดหวั่น
นั่นคือ รถไฟจากลุคก้าไปปิซ่ามีชั่วโมงละเที่ยวเท่านั้น
ไม่ใช่ทุกครึ่งชั่วโมงเหมือนรถไฟจากปิซ่าไปลิวอร์โน่
ดังนั้นเที่ยวรถไฟจะไม่รับส่งกันพอดี
 
หมายความว่าเราออกจากลุคก้าเที่ยวล่าสุดนี้
จะไม่ทันรถไฟที่ปิซ่าเที่ยวสี่โมงเย็น 
ต้องรอรถเที่ยวสี่โมงครึ่งออกจากปิซ่า
ซึ่งก็จะไม่ทันชัทเทิลบัสรอบสุดท้ายอย่างแน่นอน
 
เหวอๆ...
 
ป้ากะลุง มองหน้ากันล่อกแล่ก
 
ปัญหามาก็ต้องแก้
ขึ้นรถไฟไปก่อน เดี๋ยวว่ากันอีกที
 
เราขึ้นรถจากลุคก้ามาถึงปิซ่าตั้งแต่สี่โมงเศษนิดหน่อย
แต่ต้องรออีก 40 นาที
เพื่อต่อรถไฟจากปิซ่ากลับลิวอร์โน่
เพราะเวลาของเที่ยวรถไฟไม่รับกันอย่างที่บอก
 
ระหว่างรอรถไฟ
ป้าเกดจินตนาการภาพพวกเราตกเรือ
ยืนหมดแรงอยู่ริมท่าเรือที่ว่างเปล่า
 
ลุงแกก็พยายามปลอบใจว่า
วุ้ย ไม่ตกหรอกน่า
ตกแค่ชัทเทิลบัสแหละ
เดี๋ยวไปถึงก็นั่งแท็กซี่ไปท่าเรือก็หมดเรื่อง
 
ไอ่เราก็จิตตก
นึกต่อไปว่าวันนี้แท็กซี่สไตรก์ป่าวว้า
ตั้งแต่เช้ามา ตรูนึกได้ว่าไม่เห็นแท็กซี่สักกะคัน
 
สุดท้ายเรานั่งรถไฟมาถึงสถานีลิวอร์โน่ เวลาห้าโมงสิบนาที
ไม่ทันชัทเทิลบัสจริงๆ
 
เราเลยเดินออกมาหาแท็กซี่
ค่อยยังชั่วหน่อย หน้าสถานีรถไฟแท็กซี่จอดกันเป็นแถวเลย
และมันสีขาวอ่ะแท็กซี่ที่นี่
ป้าเกดเลยไม่เห็นแท็กซี่สักคันไง
เพราะคิดถึงแต่แท็กซี่สี่เหลืองดำ 555555
 
แท็กซี่พาเราไปถึงท่าเรือเวลาห้าโมงสี่สิบห้า
ทันเวลาก่อนเรือออกสิบห้านาที
 
เราขึ้นเรือกันอย่างโล่งใจสุดๆ
ที่รอดพ้นจากการตกเรือ
(ยังนึกไม่ออกเลยนะนี่ว่าถ้าตกเรือจริงๆจะทำยังไง)
 
พอเราขึ้นเรือมาแล้วสักพัก
กำลังนั่งพักผ่อนจิบน้ำมะนาว
ได้ยินเสียงพี่กัปตันประกาศออกลำโพงว่า
วันนี้เรือจะออกจากท่าช้ากว่ากำหนดการสักหน่อยนะคร้าบบ
เนื่องจากมีผู้โดยสารที่ยังกลับมาไม่ถึงตามรายชื่อต่อไปนี้
หนึ่งสองสามสี่ห้า
...
กร๊ากกกก โชคดีมิใช่เรา
(มีการประจานออกลำโพงด้วยนะขอบอก ฮ่าๆ
แต่เราก็รอดตัวไปแล้ว สบายบรื๋อ)
 
เย็นนั้นเรือออกจากท่า หกโมงครึ่ง
ช้ากว่ากำหนดครึ่งชั่วโมง
 
บ๋ายบายนะลิวอร์โน่ ปิซ่าและลุคก้าที่ประทับใจ
โอกาสหน้าเจอกันใหม่
ฉันจะเอาพาสปอร์ตติดตัวมาด้วยนะจ๊ะ
 
ลาไปด้วยรูปเฟอรี่ลายลูนนี่ตูน
 
 
 
โปรดติดตามตอนต่อไป
Chivitavecchia & Rome
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

555555 บุญรักษา อีกแล้ว ป้า

#5 By sumalaisung (110.169.155.94) on 2011-08-04 17:09

big smile big smile open-mounthed smile

#4 By Bum (58.11.57.86) on 2011-07-23 23:16

เมืองเป็นระเบียบน่างอยู่จริงๆ
อยากไปเที่ยวเเบบนี้บ้าง open-mounthed smile

#3 By hameii on 2011-07-22 15:37

*บ้าง

#2 By R★ on 2011-07-22 15:11

โฮกก เมืองงาม~อยากไปบ้านแต่ไม่มีเวลา เองวัง orz

#1 By R★ on 2011-07-22 15:11