เข้าสู่เวนิส
 
เราใช้เวลาหมดไปหนึ่งวันเต็มกับการ cruising 
ได้ใช้ชีวิตอยู่บนเรืออย่างเต็มที่ สมกับการมาเที่ยวเรือสำราญ
 
คืนนั้นเรากลับไปกินอาหารที่ห้องบุฟเฟต์ Windjammer 
(ไปร่วมงานดินเนอร์รับรองของกัปตันแล้วถือว่าหมดหน้าที่
ป้าเกดว่างานนี้หัวหน้าห้องดินเนอร์ต้องมีเสียเซลฟ์กันมั่งละ
ว่าทำไมลูกค้าครอบครัวนี้ถึงไม่ชอบมาดินเนอร์เอาเสียจริงๆ)
 
ตื่นเช้าขึ้นมาก็ยังลัลล้ากันต่อในเรือ
เนื่องจากตามกำหนดการจะถึงเวนิสประมาณบ่ายสองโมง
 
หลังหม่ำอาหารเช้า(ตอนสายๆ)แล้ว คุณนายขอไปคิดส์คลับ
พ่อกะแม่เลยไปเอนหลังอ่านหนังสือกันที่ Solarium
เอนไปเอนมาเคลิ้มไปเลย เผลอหลับไปชั่วครู่
แต่พอใกล้ 11 โมง รู้สึกว่าบรรยากาศรอบข้างเริ่มมีความคึกคักเกิดขึ้น
เลยไปโผล่กราบเรือดู
 
...วุ้ยว้าย เข้าใกล้เวนิสแล้วนี่นา
คุณป้านุชสั่งนักสั่งหนาว่า
ต้องไปยืนดูเวลาเรือเข้าเวนิสนะ
It's a must.
 
ป้าเกดรีบให้ลุงฮิมไปเรียกคุณนายมาจากคิดส์คลับ
พร้อมกับรีบวิ่งขึ้นดาดฟ้าเรือไปจองที่
แหมเกือบไปแล้ว ที่ว่างถูกจับจองไปเกือบหมด
ดีว่าเราตัวสูงพอฟัดพอเหวี่ยงกะฝรั่งได้
เลยพอจะมีที่มองเห็น
 
สักพักตาลุงเดินหน้าเมื่อยกลับมา
บอกว่าคุณนายปฏิเสธการชมวิว
เนื่องจากกิจกรรมในคิดส์คลับกำลังมันส์สุดๆ
..เฮ่ออออ พาเด็กมาเที่ยวก้ออย่างนี้แหละ
ช่างหล่อน
 
นี่ภาพถ่ายจากดาดฟ้าเรือชั้น 12 
จังหวะเรือกำลังแล่นเข้าอ่าวเวนิส
 
 
 
ที่เห็นเรือลำสีดำๆข้างหน้านั้นเป็นเรือนำร่อง
เนื่องจากเรือเดินสมุทรมีขนาดใหญ่มาก
ต้องวิ่งในร่องน้ำลึก
ซึ่งก็น่ามหัศจรรย์ที่มีร่องน้ำลึกอยู่ติดกับเมืองแบบนี้
(ก็นั่นแหละมันเป็นเหตุผลว่าทำไม
เวนิสจึงเป็นเมืองท่าที่สำคัญของโลกในสมัยโบราณ)
 
ภาพข้างล่างแสดงเส้นทางที่เรือวิ่ง
มันอะเมซิ่งตรงที่แล่นเข้าไปในช่องแคบๆแบบนี้ได้เนี่ย
แล้วข้างๆใกล้ๆกันก็ดันเป็นเมืองเป็นบ้านเป็นเรือน
แบบอยู่ติดกันเลย...เป็นไปได้งัย เง็งจริงๆ
เคยคุยกับบ๋อยที่ห้องอาหารว่า
ทำไมรอยัลคาริบเบียนมีทริปไปแวะไทยน้อยจังเลย
เขาบอกว่าเพราะอ่าวไทยมีร่องน้ำลึกที่เรือเดินสมุทรเข้าได้แค่แห่งเดียว
คือที่ท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบังเท่านั้น
ที่อื่นเรือเข้าไม่ได้เลย
เสียดายเนอะ..เพราะนักท่องเที่ยวที่เป็นลูกค้าเรือสำราญนี่
ส่วนใหญ่มีแต่พวกกระเป๋าหนักทั้งนั้น
เสียรายได้เข้าประเทศไปจมหู
(นี่ถ้าเมืองไทยขุดคอคอดกระนะ ป่านนี้รวยอีกแยะขอบอก)
 
ใกล้เข้ามาอีกนิด...เห็นหอนาฬิกาแล้ว
การมาเวนิสด้วยเรือสำราญ
เป็นวิธีเดียวที่คุณจะได้เห็นเวนิสจากมุมสูงขนาดตึกสิบกว่าชั้น
ซึ่งเป็นภาพที่ตระการตามากเลย
 
 
ซานมาร์โคมองจากเรือ
งามมากเจ้า.......
 
 
โบสถ์ซานตามาเรีย
ตั้งอยู่ที่แหลมพอดี..
ภาพข้างบนคือจุดนี้
 
เข้าช่องแคบแล้ว
 
ริมฝั่งเห็นเรือยอทช์ลำใหญ่จอดกันเป็นระยะ
เจ้าของคงรวยระดับโลกนิ
 
 
 
กลับมาถ่ายรูปกันมั่ง
นี่ตะกายกันขึ้นไปบนหลังคาเรือ
ตรงหัวเรดาร์เลย ทีแรกก็ไม่กล้าหรอ
สักพักเริ่มมีฝรั่งปีนขึ้นไปนั่งตรงขอบๆสองคน
จากนั้นคนอื่นก็เริ่มทำตาม
เราเลยขึ้นมั่ง 55555
 
สุดท้ายผู้ช่วยกัปตันเดินมาจากไหนไม่รู้
พอเห็นผู้โดยสายปีนขึ้นไปตรงหลังคาหัวเรือกันเต็ม
แกทำหน้าตกใจ ปนเหนื่อยใจ (ฮ่าๆคงนึกว่าไอ้ลูกค้าพวกนี้หาเรื่องจริง)
รีบโบกมือแล้วเชิญ(ด้วยน้ำเสียงอดกลั้น) ว่า
"Please, Ladies and gentlemen. Please carefully climb down"
พวกเราเลยต้องปีนลง
แต่กระนั้นก็ได้สัมผัสชั่วขณะที่ไม่มีวันลืม
ของมุมมองเวนิสจากหลังคาเรือไปแล้ว
คุ้มจริงๆจ้า
 
 
โปรดติดตามตอนต่อไป
ขึ้นท่าเวนิส
 
 

Comment

Comment:

Tweet

อยากกดไลค์ (ไม่มีที่กด) ให้รูปสุดท้ายสวยงามมั่กๆจริงๆคะ

#4 By มอส (210.1.31.28) on 2011-09-29 15:22

big smile จะติดตามตอนต่อไป ว่าต่อไปเรื่องราวจะเป็นยังไง ..ฮื้ม ฮืมๆๆๆ เพลินค่ะป้า

#3 By ตัวน้อยค่อยๆ เดิน (110.169.195.180) on 2011-09-05 14:51

รูปสุดท้าย เริ่ด มากเลย ป้า เกด .....

#2 By sumalaisung (124.121.152.44) on 2011-08-23 13:34

สวยมากเลยค่ะ big smile