19 มิ.ย. 54 เวนิส วันที่สอง
 
ท่าเรือน้ำลึกเมืองเวนิสยามค่ำคืน
 
 
เช้าวันที่สอง(ความจริงไม่เช้าละ สายโด่งเชียว)
เราลงเรือชัทเทิลไปเที่ยวในเมืองกันอีก
รูปนี้ถ่ายตรงสะพาน Bridge of Sighs ที่โด่งดัง
(สะพานเล็กๆด้านหลังนะจ๊ะ ไม่ใช่อันที่เรายืนอยู่)
ช่วงนี้เขากำลังซ่อมแซม Dodge's palace ก็เลยมีผ้าใบปิดตึกซะเกือบหมด
แต่ผ้าใบก็อุตส่าห์ทำเป็นป้ายโฆษณาแฟชั่นซะสวยเลยนะ)
 
 
โคลสอัพหน่อย
Bridge of Sighs
 
 
 
Bridge of Sighs
หรือในภาษาอิตาเลียนเรียกว่า Ponte dei Sospiri
(ภาคภาษาไทยป้าขอตั้งว่า "สะพานทอดถอนใจ" แล้วกัน)
เป็นสะพานที่เชื่อมต่อระหว่างห้องพิจารณาคดี
ในพระราชวัง Dodge's palace กับคุกมืดที่ตั้งอยู่ที่ตึกฟากคลองฝั่งตรงข้าม
นักโทษที่ถูกตัดสินว่าผิดจะถุกนำตัวไปจองจำ
โดยเดินผ่านสะพานนี้
ภาพที่เห็นบนสะพานนี้จึงเป็นทิวทัศน์สุดท้ายที่นักโทษจะได้เห็น
เพราะคุกนั้นเป็นคุกมืด ไม่มีหน้าต่างแม้แต่บานเดียว
...ดังนั้นทุกคนที่เดินผ่านสะพานนี้
จึงต้องถอนใจกันอย่างหนักหน่วง
(อ้อ...ต้องยกเว้นผู้คุมเนอะ 5555)
 
ภาพที่นักโทษเห็นผ่านลูกกรงสะพาน
(ภาพจาก wikipedia)
 
 
พ่อแม่ :.....มาอิตาลีต้องกินกาแฟ
 
ลูก : ...มาอิตาลีต้องกินไอติม
 
 
ตรงขั้นบันไดที่คุณนายนั่งกินกาแฟ
มีลุงคนแจวเรือกอนโดล่ายืนอยู่คนนึง
บริเวณนี้มันค่อนข้างจะเป็นมุมอับ
คนเดินผ่านไปผ่านมาไม่มากนัก
แถมนักท่องเที่ยวแต่ละคนที่หยุดแวะ
ก็มีแต่หยุดเพื่อถามทางจากลุง
พวกเรายืน/นั่งพักกินไอติมกันอยู่
แอบสังเกตดู
..เง้อ สงสารลุงอ่า
เพราะแกตอบทุกคนที่ถามแบบตั้งใจ
 
แต่จะให้อุดหนุน..ก้อแหม...นะ
ค่ากอนโดล่าตั้ง  100 ยูโร 
กลับบ้านเรานั่งเรือด่วนเจ้าพระยาได้ 273 เที่ยว
ขอคิดหนักๆหน่อย
(ได้ยินเสียงผีไชล็อกสะอื้นมาแว่วๆ 5555)
 
พวกเราเลยใช้วิธียืนเอาใจช่วยลุง
ไขว้นิ้วกันสุดฤทธิ์ทุกครั้งที่มีคนแวะคุยกะลุง
 
....และแล้ว
 
 
 
ด้วยโล่่งใจ (ที่ไม่ต้องเสีย 100 ยูโรด้วยความสงสาร)
เราก็เดินไปเที่ยวกันต่อ
 
ตรงนี้เป็นร้านขายผ้าลูกไม้
และลูกไม้ทำมือ
ร้านนี้ไอเดียดีตรงที่ว่า
แทนที่จะบอกตรงๆว่าเป็น"ร้าน"
เขากลับทำป้ายเขียนว่า"นิทรรศการลูกไม้โบราณ..ชมฟรี"
ตั้งไว้บนขาตั้งวาดรูปขนาดใหญ่
มันได้ผลจริงๆเพราะใครเดินผ่านก็ต้องแวะเข้าไป
รวมทั้งพวกเราด้วย
 
เข้าไปชมแล้วมีรึจะเหลือ...
ต้องได้จ่ายเงินซื้อ อย่างน้อยสักสามยูโรห้ายูโร
ก็ของมันสวยนี่นา...
(แต่ถ้าใครไปเวนิสหนแรก แนะนำให้ไปเกาะบูราโนเลย
ทั้งเกาะทำลูกไม้โบราณล้วนๆ ควรไปดูไว้)
 
 
แล้วก็เดินเล่นกันไปเรื่อย
 
 
 
 
ท้องฟ้าช่างฟ้าจริงๆ
 
เกือบบ่ายแล้วพักรองท้องหน่อย
 
 
สลัดมอสซาเรลล่ากับมะเขือเทศและกุ้ง
อร่อยดีแย่งกันจิ้มคนละหนุบคนละหนับ
 
นั่งพักขากันหน่อยหนึ่ง
เดี๋ยวหายเหนื่อยแล้วเดินผ่าน Academia ไปพิพิธภัณฑ์
Peggy Guggenheim กัน
 
 
 
โปรดติดตามตอนต่อไป
 

Comment

Comment:

Tweet