19 มิถุนายน 2554 ช่วงบ่าย
Peggy Guggenheim collection @venice
 
หลังจากรองท้องกันเสร็จแล้ว
เราก็เดินไปที่บ้านเป๊กกี้ กุ๊กเกนไฮม์กัน
โดยผ่านสะพานไม้โบราณที่สร้างข้ามคลองใหญ่
ชื่อว่า Ponte dell Academia 
 
 
สะพานนี้ก็ภาคบังคับนักท่องเที่ยวเหมือนกันจ้ะ
ทุกคนต้องมาเดินผ่าน และต้องมาถ่ายรูป
ไม่งั้นไม่ถึงเวนิส...เอิ๊กๆ
 
ดูจากภาพจะเห็นว่าเดินไกลมากพอสมควรเลย
แต่ตอนเดิน มันค่อยๆไป ค่อยๆชมวิว
แวะร้านโน้นร้านนี้ นั่งพักกินขนมกินกาแฟ
เลยรู้สึกว่าไม่ไกลเท่าไร
 
เชิงสะพานอะคาเดเมีย
 
 
บนสะพาน แวะถ่ายรูปกัน
วัฒนธรรมเกาหลีอีกแล้วค่ะท่านผู้ชม
 
ตรงเชิงสะพานมีบ้านน้อยหลังหนึ่งแปลกมากเลย
เพราะเป็นบ้านที่แคบมาก
พอดีว่ารีบจะไปกุ๊กกี้
เลยไม่ได้เข้าไปดูว่ามันคืออะไรกันแน่
 
 
แคบจัดเลยนะเนี่ย ความกว้างประมาณเมตรนิดๆเท่านั้น
มองไปเห็นเรือสวยดี
 
 
ข้ามสะพานมาฝั่ง Academia แล้ว
ลุงขอมีรูปกะเค้ามั่ง
 
 
เดินต่อไปอีกสักพักก็ถึงบ้านเป๊กกี้ กุ๊กเกนไฮม์
ภาพนี้เป็นมุมมองจากด้านคลอง
(ภาพจาก www.guggenheim.org)
 
Peggy Guggenheim เป็นเศรษฐินีชาวอเมริกัน
มีชีวิตอยู่ในช่วงปี 1898-1979
เป็นบุตรของเศรษฐีชาวอเมริกันเชื้อสายสวิส
ซึ่งร่ำรวยมาจากธุรกิจเหมืองแร่และการถลุงโลหะ
เธออุทิศตนให้กับการอนุรักษ์สนับสนุนศิลปะ
โดยการสร้างแกลอรี่สะสมงานศิลปะ
จากศิลปินที่มีชื่อเสียงจำนวนมาก
โดยไม่ใช่ว่าใช้เงินหว่านเพียงอย่างเดียว
แต่เป๊กกี้มี"ตาถึง"จริงๆเพราะงานหลายชิ้นในคอลเล็กชั่น
เธอได้ซื้อไว้ตั้งแต่ก่อนที่ศิลปินจะมีชื่อเสียง
 
เธอได้มาอยู่ที่วิลล่าแห่งนี้ในเวนิส
ในช่วงท้ายของชีวิตจนจากไป
และต่อมาจึงได้จัดให้คฤหาสห์ริมคลองอันเป็นที่พำนักของเธอ
เป็นแกลลอรี่แสดงงานศิลปะขนาดย่อมไปด้วย
 
นี่คือภาพของ Peggy Guggenheim
ใครสนใจเรืองราวโดยละเอียด
ไปอ่านได้ที่ www.guggenheim.org
 
 
สถานที่จัดแสดงนี้ก็เหมือนบ้านหลังใหญ่ๆ
แบบวิลล่าของเศรษฐีฝรั่ง
บรรยากาศใช้ได้ทีเดียว
แต่จำนวนงานศิลปะจะมีไม่มากนัก
(อยากดูเยอะๆต้องไปนิวยอร์คค่ะ)
 
ภาพนี้คุณนายทำท่าเหมือนย่องหนีใคร
55555
 
 
ที่เรายืนชมกันอยู่นี้คือศิลปะการดัดโลหะ
ถ้าสังเกตดีๆจะเห็นว่า
มันคือสิ่งที่ติดอยู่ที่หัวเตียงของ Peggy
เขาเรียกกันว่า "Headpiece"
 
 
Headpiece นี้มีลักษณะที่"ล้ำ"มากๆ
แม้จะอายุเกินกว่า 60 ปีแล้ว
แต่ยังดูทันสมัยเป็นที่สุด
เป็นงานชิ้นที่ป้าเกดชอบที่สุด
(ส่วนภาพเขียนอื่นๆมันออกแนวโมเดิร์นอาร์ตมากไป
 บางภาพเหมือนเอาสีมาป้ายแบบไม่ตั้งใจ
ดูเหมือนสกปรกเลยด้วยซ้ำ
รสนิยมเรามันชอบของสวยๆงามๆ
แบบยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการมากกว่า)
 
แต่ถ้าเป็นภาพเขียน
ในแกลอรี่ทั้งหมดนั้น
ผลงานที่ป้าเกดชอบมากที่สุด
เป็นของ Pegeen Guggenheim
ผู้ซึ่งเป็นลูกสาวแท้ๆของ Peggy Guggenheim
ภาพของเธอมันโดดเด่นแจ่มจรัส
เข้ม แรง และน่ารักจริงๆ
(ภาพจาก wikipedia ของจริงไม่ได้ถ่ายมา
เพราะห้องจัดแสดงมันแคบ ถ่ายภาพได้ไม่สวย)
 

 

At the theatre 1946

 

Sans titre, 1963
 
 
ประวัติส่วนตัวของ Pegeen Guggenheim ยิ่งน่าสนใจ
เธอเกิดมามีพรสวรรค์ทางศิลปะ
แถมยังอยู่ในแวดวงผู้รักศิลปะและบรรดาศิลปินที่มีชื่อเสียง
จึงเป็นธรรมดาอยู่เองที่จะมีผลงานโดดเด่น
Pegeen เปิดงานแสดงภาพเขียนของตนเองตั้งแต่อายุ 12 ปี
ปัจจุบันภาพเหล่านั้นก็ยังจัดแสดงอยู่ในแกลอรี่ที่มีชื่อเสียงหลายแห่งในยุโรป
ว่ากันว่าแม้ภาพของเธอจะดูน่ารักเมื่อแรกมอง
แต่ถ้ามองดีๆจะเห็นความโดดเดี่ยว ความเศร้า
และการไขว่คว้าหาครอบครัวที่อบอุ่น
(Peggy แม่ของเธอ แต่งงานและหย่าหลายครั้ง
และก็คงจะเหมือนเศรษฐีทั่วไปที่ไม่ค่อยได้เลี้ยงลูกใกล้ชิด)
เพจีนเป็นโรคซึมเศร้าแต่เด็ก
และจากไปในวัยอันไม่สมควร(เสียชีวิตเมื่ออายุ 41 ปี)
เนื่องจากการใช้ยานอนหลับเกินขนาด
 
นี่แหละหนอ..อ่านแล้วก็ปลง
เกิดบนกองเงินกองทองนั้น
ใช่จะบันดาลให้ชีวิตมีความสุขได้ก็หาไม่
 
 
 
 
ดูจนเบื่อแล้วออกมาถ่ายรูปกันที่ระเบียง
ท่าน้ำหน้าวิลล่ากุ๊กเกนไฮม์นี้บรรยากาศดีจริงๆ
สวยงามสมเป็นบ้านเศรษฐี
 
ตรงนี้ลมเย็นมากนั่งกันเพลิน
 
ตรงนี้เป็นสวนของคฤหาสน์
บรรยากาศดีอีกเช่นกัน
 
ดูอะไรเนี่ย
จำไม่ได้แล้วว่าแหงนดูอะไรกัน 55555
 
 
อ้อ..ถ้าใครชอบซื้อของ
ขอบอกว่าร้านของที่ระลึกของแกลอรี่กุ๊กเกนไฮม์นี้
จะทำให้ท่านกระเป๋าฉีกได้อย่างรุนแรงนะคะ
เนื่องจากของในนั้น "เจ๋ง" สุดๆ
เป็นของที่ระลึกมีดีไซน์แจ่มๆ
เห็นแล้วต้องอดใจกันสุดขีด
เพราะอะไรก็น่าซื้อไปหมด
 
ออกจากบ้านกุ๊กเกนไฮม์
ก็เดินต่อไปโบสถ์ Santa Maria ที่ปลายแหลม
 
 
ระหว่างทางเดิน
 
รูปนี้มีคนใจดีอาสาถ่ายให้ เลยได้ทั้งครอบครัว
 
 
 
 
แล้วก็เดินกลับมาทางเก่า
ผ่านสะพานอะคาเดเมีย
วันนั้นเป็นวันที่ท้องฟ้าสวยจริงๆ
 
 
 
 
เดินกลับมาที่ San Marco อีกครั้ง
 
 
พวกเราเดินอ้อมหัวมุม ​​Dodge palace มาตรงปากคลอง
ที่ตรงกับสะพานทอดถอนใจ
แล้วนั่งเอาขาจุ่มน้ำ กินขนม ดูผู้คนเดินผ่านไปผ่านมา
บรรยากาศดีเหลือหลาย
แดดจ้า แต่ลมพัดแรง เลยไม่ร้อน
เรือกอนโดล่าที่จอดผูกเสาอยู่ดูสวยดี
มีหนังโรแมนติคให้ดูด้วย
คิกๆ
 
ตรงนี้จะเห็นเรือกอนโดล่าแจวเข้าแจวออกจากคลอง
ชมความสามารถในการคัดท้ายเรือของนายท้าย
คลองก็ไม่ใหญ่ เรือสามสี่ลำเข้าออกพร้อมกันอย่างราบรื่น
 
นั่งเล่นจนเย็น เริ่มหิวแล้ว
กลับเรือดีกว่า
ไปถึงห้องพัก วันนี้นีน่ามีเซอร์ไพรส์
พับผ้าเช็ดตัวเป็นช้างน้อยไว้ให้
 
เรือเดินทางออกจากเวนิสประมาณสองทุ่ม
ฟ้ายังไม่มืดเลย ลมแรงมากและอากาศค่อนข้างเย็น
ผู้โดยสารเกือบทุกคนออกมายืนลาเวนิสกันที่ดาดฟ้า
เพื่อชมวิวเวนิสจากมุมสูง
 
ลาก่อน ​San Marco 
แล้วเจอกันใหม่ (อีกกี่ีปีไม่รู้ แต่คงมีแน่) 
 
โอยยย..ดาดฟ้าหนาวมากคร้า
 
ลาก่อนเวนิส
'Till we meet again  ^_^
 
 
 
โปรดติดตามตอนต่อไป
Ravenna เมืองแห่งโมเสคและสวนสนุก
 

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณทุกท่านค่ะ
จะพยายามอัพบ่อยๆค่ะquestion

#4 By ป้าเกด on 2011-09-23 20:58

จะบอกว่าอยากอ่านตอนต่อไปแล้ว ก็เกรงใจป้าเหลือเกิน open-mounthed smile

#3 By ตัวน้อยค่อยๆ เดิน (58.11.129.89) on 2011-09-23 09:14

ตามมาให้กำลังใจอีกตอน ยังเขียนสนุกเหมียนเดิมbig smile

#2 By taya (58.8.105.235) on 2011-09-22 23:35

ขอบคุณสำหรับภาพสวยๆ ขอให้เที่ยวให้สนุกน่ะค่ะ
แล้วจะเข้ามาชมภาพสวยๆ คนน่ารักอีกค่ะ Hot! Hot! Hot!

#1 By dowrun happy on 2011-09-22 10:19